pvatcha Silver Member


Joined: 30 Mar 2007 Posts: 68
|
Posted: Sat Mar 31, 2007 3:59 pm Post subject: คำพยาน ของ นคร เวชสุภา |
|
|
..คือทางนั้น ..คือความจริง ..คือชีวิต
..คือทางนั้น ..ทางพระคริสต์ ..สถิตย์แท้
..คือทางนั้น ..ทางรอด ..ปลอดภัยแน่
..คือทางนั้น ..ทางเดียวแท้ ..แน่นิรันดร์
..บ่ายวันนั้น ณ ห้องมรกตโรงแรมอินทรา เนืองแน่นไปด้วยวัยรุ่นหนุ่มสาวแต่งตัวตามสมัยนิยม สายตาจดจ่ออยู่บนเวทีเบื้องหน้า พร้อมที่จะส่งเสียงกรีดร้องทันทีเมื่อมีเหตุการณ์ใดก็ตามเกิดขึ้น ไม่นานนัก.. เสียงสปอตที่คุ้นเคยของ พี่แดง นัดพบ นพรัตน์ ก็ดังขึ้น.. ต่อหน้าท่าน ณ บัดนี้.. คือวงดนตรีแกรนด์เอ๊กซ์.. ไม่ทันสิ้นเสียงสปอต เสียงกรีดร้องของฝูงชนก็ดังกึกก้องห้องมรกต ไม่มีกำหนดเวลาแน่นอนว่าเสียงนั้นจะจบลงเมื่อไหร่..
ภาพบรรยากาศงานคอนเสิร์ตงานหนึ่งเมื่อยี่สิบปีที่แล้วของวงดนตรีชื่อดัง อันดับหนึ่งของเมืองไทย ในสมัยนั้นไม่มีใครไม่รู้จักวงดนตรี “แกรนด์เอ๊กซ์” “นคร เวชสุภาพร” หัวหน้าวง กับเพลง “รักในซีเมเจอร์” “ แจ้ ดนุพล แก้วกาญจน์” กับเพลง “เพียงสบตา” รายการวิทยุ “กระป๋องกระแป๋ง” หนังสือนิตยสาร ‘GX และแฟนคลับอีกจำนวนนับไม่ถ้วน ความเป็นหนึ่ง ความสำเร็จที่น้อยคนนักจะได้ยืนตรงจุดนั้น แต่เวลาก็ได้พิสูจน์ให้เห็นว่าสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ไม่ยั่งยืนเสมอ เมื่อสมาชิกในวงต้องตัดสินใจร่วมกัน และต้องหาทางออกของปัญหาที่เกิดขึ้น พวกเขาเลือกการแยกวงเป็นทางออก!
นคร เวชสุภาพร หัวหน้าวงดนตรียอดนิยมในอดีต เขาเป็นคนหนึ่งที่ต้องหาทางออกให้กับปัญหามากมายที่ผ่านเข้ามาในชีวิต วันนี้..เป็นอีกครั้งที่เขาได้พบทางออกใหม่.. ซึ่งมีผลต่อชีวิตของเขาและสมาชิกในครอบครัว เขายังคงเป็นคนของประชาชน เหมือนเมื่อยี่สิบปีที่แล้ว แต่ที่ต่างกันก็คือ เขาไม่ได้นำความสนุกสนานรื่นเริงชั่วคราวมาให้ประชาชน ..และเพราะทางออกใหม่ของชีวิตที่เขาได้พบ ..วันนี้เขานำสันติสุขนิรันดร์มาสู่พี่น้องประชาชน ..
ย้อนกลับไปในอดีตสู่ช่วงวิกฤตของ นคร เวชสุภาพร ..โรคภูมิแพ้.. โรคประจำตัวที่คอยรบกวนจิตใจและร่างกายของ ของเขาและลูกน้อย เขาเป็นหวัดบ่อยๆ ต้องไปหาหมอเป็นประจำ ประกอบกับคุณพ่อที่ไม่สบายนอนอยู่ในโรงพยาบาล คุณแม่ป่วยเป็นมะเร็ง สิ่งเหล่านี้รบกวนจิตใจวันแล้ววันเล่า ปัญหาต่างๆ ประดังรุมเร้าเข้ามา เขาต้องหาทางออก ..ในขณะนั้นไม่มีทางออกใด ..นอกจากพึ่งสิ่งศักดิ์สิทธิ์ เขาคิดในใจเช่นนั้น .. วันหนึ่งมีคนมาพูดเรื่องพระเยซูให้เขาฟัง ว่าพระองค์ช่วยได้ไม่ว่าปัญหาอะไร “ด้วยความที่ไม่รู้จะไปหาใครอีกแล้ว ก็ลองดูสิ ลองเฉยๆ ที่บ้านเราเองเลย ไม่ได้ไปที่โบสถ์หรือทำพิธีอะไร เพราะยังไม่เข้าใจ ไม่รู้จักอะไรเลย แต่ก็ลองบอกท่านดู เป็นการลองที่ตัวเองคิดว่าแปลกมาก.. คือจะพูดบอกกับท่านไปเฉยๆ พูดอยู่คนเดียวนั่นล่ะ พูดในใจด้วย ปกติผมจะสวดมนต์ทำสมาธิของผมเป็นประจำ วันหนึ่งหลังจากที่สวดมนต์ตามปกติเสร็จ ผมก็พูดว่าถ้าพระเยซูมีจริงอย่างที่เขาพูดกัน ผมอยู่ที่นี่แล้ว อยากรู้จัก อยากทราบว่าเป็นอย่างไร …แค่นี้.. เราก็ทำไปด้วยคิดว่าไม่มีหนทางไหนแล้วนี่ ก็ลองขอกับสิ่งศักดิ์สิทธิ์ดู ด้วยความรักความหวังดีกับลูกกับแม่ของเรา ซึ่งอยากให้เขาหายจากความเจ็บปวด..”
นคร เวชสุภาพร พูดอย่างนั้นอยู่เจ็ดวันและ วันนั้นเขาเป็นหวัดอีกและได้ไปหาแพทย์ “หมอให้ยามาถุงใหญ่เหมือนเคย คราวนี้เป็นไข้ด้วยตัวร้อนจี๋เลยทำให้ง่วงมาก เพลีย รู้สึกว่าวันนี้อาจจะสวดมนต์ไม่ได้พูดไม่ไหว ขอคิดในใจแล้วกัน…เออ! พูดไปตั้งหลายวัน ถ้าจริงอย่างที่เขาบอกกันก็ดีนะ” เขายังไม่ลดละที่แสวงหาทางออก เขาเหลือบไปเห็นพระคัมภีร์ที่มีคนให้มา วางอยู่ข้างเตียง หนังสือนั้นไม่เคยถูกเปิดเลย เขาไม่รู้วิธีอ่านว่าควรจะเริ่มตรงไหนก่อน หนังสือมีเป็นพันๆ หน้า แต่ในเวลานั้นเขารู้สึกว่าพระคัมภีร์คือตัวแทนของพระเจ้า เขาจึงตัดสินใจหยิบมันขึ้นมาอธิษฐาน เราลองมาดูว่าเขาผ่านประสบการณ์ตรงนั้นมาอย่างไร “ถ้าพระเยซูมีจริงลองพาให้เราอ่านหนังสือเล่มนี้หน่อย แล้วซี้ซั้วเปิดขึ้นมาจำได้ว่าหน้านั้นคือลูกา บทที่ 15 เป็นเรื่องที่พระเยซูกำลังเล่าเรื่องยกตัวอย่างนิทานให้สาวกฟังว่า พระเจ้าจะตามหาคนของพระองค์ เหมือนกับที่คนเลี้ยงแกะละแกะที่มีอยู่ 99 ตัว ตามหาแกะที่หายไปแม้เพียง 1 ตัว จนกว่าจะพบมัน แล้วจะแสดงความดีใจเป็นอย่างยิ่งเมื่อหาเจอ และจะบอกใครต่อใครว่าเจอแล้ว”
“ ..ใจความตรงนี้ล่ะ ที่ทำให้ผมรู้สึกราวกับว่า นี่คือสิ่งที่พระองค์กำลังบอกว่า ผมคือคนบาปที่หลงหายไปของพระองค์ ผมเป็นเหรียญที่หล่นหาย เป็นแกะหลงที่พระเจ้าหาเจอ แล้วได้กลับมาเป็นลูกของพระเจ้า ในใจรู้สึกอย่างนี้เลย เนื้อหาและคำต่างๆ เหล่านั้นมันตรงเข้าไปสู่ใจเรา เหมือนกับเสียงนั้นบ่งบอกว่าเรื่องนี้คือตัวเธอนั่นล่ะ ความรู้สึกมันเหมือนกับว่า..ปีติ..มีความรู้สึกดีมากยิ่งกว่า คำว่าชีวิตมีทางออกเสียอีก รู้สึกปีติขึ้นมาเฉยๆ ทั้งที่ยังนอนป่วยอยู่ และไม่ได้พูดกับใคร ความรู้สึกมันเกิดข้างในตัวเรา ว่าโอ้โห! เรามีค่าขนาดนี้เลยหรือ นี่พระเยซูศาสดาของศาสนาคริสต์ ที่สร้างฟ้า สวรรค์ แผ่นดินโลก มารู้จักกับเราส่วนตัวเลยหรือ.. ความรู้สึกคืออย่างนั้นจริงๆ ..มันยิ่งกว่าตอนที่แฟนบอกรัก หรือแม่บอกว่ารัก มันซาบซึ้งเข้าไปข้างในลึกมาก จนน้ำตาไหลซึมออกมา..ความรู้สึกบอกว่า ‘เราเจอแล้ว’ ตื่นเต้นมาก ทั้งที่ยังงงๆ แต่เชื่ออย่างมั่นใจว่าต่อไปนี้พระเจ้าจะมาช่วยเรา จึงปิดหนังสือนอน ที่จริงร่างกายยังรู้สึกเจ็บป่วยด้วยพิษไข้อยู่ เป็นไข้หวัดเหมือนเดิม แต่ว่าในใจเราสบายแล้ว ปีติมาก..” และเมื่อเช้าวันใหม่มาถึง เขาพบว่าตนเองปกติสบายดี ราวกับเมื่อวานไม่ได้เป็นหวัดจับไข้ จนต้องไปรับยาถุงใหญ่มา ยาเพิ่งถูกใช้ไปชุดเดียว อาการป่วยที่ควรจะเป็นต่ออีกไม่น้อยกว่า 3-4 วันนั้นกลับหายเป็นปลิดทิ้งอย่างไม่น่าเชื่อ ยาห่อใหญ่ยังวางอยู่ แต่เขากลับตื่นขึ้นมาอย่างแข็งแรง
วันนี้.. นคร เวชสุภาพร ไม่ได้เป็นที่รู้จักในนาม หัวหน้าวงดนตรีอีกต่อไป แต่เรารู้จักเขาในนาม ศิษยาภิบาล ของคริสต์จักรใหญ่แห่งหนึ่งในประเทศไทย ผู้นำคนหลายร้อย หลายพันคนมาพบทางออกของชีวิตเช่นเขา เขายังคงสร้างเสียงเพลง แต่ทว่าเป็นเสียงเพลงที่ให้กำลังใจ เสียงเพลงที่เยียวยารักษา เสียงเพลงที่สรรเสริญพระเจ้าผู้นำเขาให้พบกับทางออกของชีวิต
ปัญหาทุกอย่างมักมีทางออก แต่ไม่ใช่ทุกทางออกนั้นจะดีและถูกต้องเสมอ “ชีวิตที่เคยฝากไว้กับเหล้า บุหรี่ หรือในที่ใด ๆ ที่เราคิดว่าจะช่วยให้เราลืม ความกลุ้มใจได้ มักจะเป็นทางออกที่ทำให้เราต้องอยู่อย่างคนบาป ทั้งที่ไม่เคยทำบาปหนาสาหัสสากรรจ์ และเรามักคิดเสมอว่า ทำดีอย่างไรก็ไม่สามารถลบสิ่งไม่ดีที่เคยทำไว้ได้ ตายไปไม่รู้จะต้องตกนรกชั้นไหน บางคนอาจคิดในใจว่าคนเราต้องเกิดมาใช้กรรม ที่มาจากปางก่อน พอล้มป่วยทีไรก็คิดเสมอว่าเมื่อไหร่จะชดใช้กรรมหมดเสียที แต่ในพระเยซูคริสต์ พระองค์มาให้กำลังใจอยู่ข้างๆ เรา จึงอุ่นใจ สงบใจขึ้น เชื่อว่าตายไปก็ไม่ตกนรกแล้วล่ะชีวิตนี้ เพราะพระคัมภีร์บอกว่า พระเยซูคือผู้ช่วยให้รอด โดยการตายที่ไม้กางเขน ด้วยเลือดที่ไหลออกมา คือการยกบาปของเราออกไป เป็นการใช้เวรใช้กรรมแทนเรา เราต้องยอมรับว่าการเป็นคนดี หรือทำดีนั้นไม่ใช่เรื่องง่าย มนุษย์จึงต้องขอให้พระเจ้าช่วย”
นคร เวชสุภาพร .. วันนี้เขาได้พบทางออกที่สำคัญสำหรับชีวิตของเขาโดยทางองค์พระเยซูคริสต์ หากคุณมีปัญหา อย่าลืมที่จะลองหาทางออกทางนี้ พูดกับพระองค์โดยคำพูดง่าย ๆ เหมือนอย่างที่ นคร เวชสุภาพรได้พูดเมื่อเขาต้องการความช่วยเหลือ พระเจ้าที่คุณอาจไม่รู้จัก แต่พระองค์รู้จักคุณดี จะให้การช่วยเหลือแก่คุณ ขอพระเจ้าอวยพรทุกท่าน |
|