| View previous topic :: View next topic |
| Author |
Message |
yo Silver Member


Joined: 31 Mar 2007 Posts: 137 Location: Southern California
|
Posted: Tue Oct 09, 2007 9:17 am Post subject: การประกาศข่าวประเสริ |
|
|
การประกาศข่าวประเสริฐเป็นเครื่องหมายวัดการเจริญเติบโตของคริสเตียน”
โดย.. อ.นิกร สิทธิจริยาภรณ์
ถ้าเราสังเกตก็จะเห็นว่า มีความแตกต่างระหว่างเด็กและผู้ใหญ่อยู่อย่างหนึ่งก็คือ เด็กจะไม่ค่อยมีความรับผิดชอบ… เราจะต้องคอยสั่ง คอยเตือน คอนแนะนำอยู่ประจำ แต่ถ้าเป็นผู้ใหญ่แล้ว เขาก็จะมีความรับผิดชอบและทำโดยอัตโนมัติ ดังนั้นการประกาศข่าวประเสริฐจึงสามารถเป็นเครื่องวัดได้ว่าคริสเตียนคนนั้นเจริญเติบโตแค่ไหน ถ้าคริสเตียนคนใดต้องมีคนมาคอยหนุน คอยบอก คอยเข็น คอยดึง คอยอ้อนวอน เพื่อที่จะให้เขาไปประกาศข่าวประเสริฐ นั่นก็เป็นเครื่องหมายว่าคริสเตียนคนนั้นๆ กำลังเป็นเด็กฝ่ายวิญญาณอยู่ เพราะถ้าเป็นผู้ใหญ่ฝ่ายวิญญาณแล้ว เขาจะอดไม่ได้เลยที่จะต้องพูดเรื่องของพระเยซูคริสต์ สมมุติว่าเขานั่งแท็กซี่ เขาก็อดไม่ได้ที่จะพูดเรื่องของพระเยซูคริสต์ให้กับคนขับแท็กซี่ฟัง… เมื่อเขาขายของ เขาก็อดไม่ได้ที่จะแจกใบปลิว… หรือเมื่อเขาอยู่ที่ใดๆ เขาจะอดไม่ได้ที่จะต้องใช้คำพูดหรือการกระทำเพื่อประกาศข่าวประเสริฐ… ดังนั้นอาการ “อดไม่ได้ที่จะพูด” จึงเป็นเครื่องหมายวัดการเจริญเติบโตของคริสเตียนว่าเขาเป็นผู้ใหญ่ฝ่ายจิตวิญญาณหรือไม่ นอกจากนั้นแล้วเขายังจะทำการประกาศอย่างเสมอต้นเสมอปลาย ทำแบบไม่ต้องมีใครมากระตุ้นมาบังคับ เขาจะทำเองโดยอัตโนมัติ เพราะรู้ว่าเป็นหน้าที่ที่เขาต้องรับผิดชอบ ซึ่งแตกต่างจากเด็กฝ่ายวิญญาณที่มักจะทำแบบสนุกสนาน หรือทำแบบชั่วครู่ชั่วยาม แต่จะทำไม่ได้นาน เราจะสังเกตเห็นว่าคนที่เป็นเด็กฝ่ายวิญญาณจะสนใจในการประกาศเป็นระยะเวลาที่สั้นๆ สนใจเป็นพักๆ แต่ผู้ใหญ่ฝ่ายวิญญาณไม่ใช่เช่นนั้น ดังนั้นถ้าคริสตจักรใดที่มีพี่น้องลุกขึ้นมาประกาศเองโดยไม่ต้องกระตุ้นแล้ว กระตุ้นอีก และทำการประกาศอย่างสม่ำเสมอ แม้จะพบกับอุปสรรคใดๆ ก็ยังประกาศ ก็ไม่ต้องสงสัยเลยว่าคริสตจักรนั้นเต็มไปด้วยผู้ใหญ่ฝ่ายวิญญาณ และคริสตจักรนั้นจะได้รับการอวยพระพรจากพระเจ้าอย่างแน่นอน…
ครั้งหนึ่งมีการจัดประชุมพิเศษที่คริสตจักรแห่งหนึ่งในเมืองไทย คริสตจักรได้เชิญอาจารย์มาจากอเมริกามาเทศนา แต่สมาชิกไม่ค่อยมา เขาอ้างว่าไม่ว่างๆ ทั้งที่อาจารย์อุตส่าห์มาจากอเมริกาเพื่อจะมาแบ่งปันพระคำให้แก่พวกเขา… วันนั้นอาจารย์คนไทยที่มาพร้อมกับอาจารย์ได้เทศนาเรื่องของ เปโตร ยอห์น อันดรูว์ ยากอบ ที่หาปลาและชุนอวนอยู่ ว่า แท้จริงแล้วพวกเขาก็ไม่ว่างเหมือนกัน พวกเขาก็ทำมาหากินอยู่เหมือนกัน แต่เมื่อพระเยซูคริสต์บอกให้ตามพระองค์ไป พวกเขาก็ละทิ้งอาชีพของเขา แล้วตามพระเยซูคริสต์ไปทันที… จากพระคัมภีร์เราจะเห็นว่า สาวกที่พระเยซูทรงเลือกไม่มีใครที่กำลังว่างๆ กำลังเตะฝุ่นอยู่ หรือไม่รู้จะทำอะไร พอดีพระเยซูมาเรียกก็เลยตามไป ซึ่งพวกสาวกส่วนมากล้วนแต่กำลังมาทำมาหากิน หรือมีงานทำกันอยู่ทั้งนั้น แต่ว่าพวกเขาเห็นความสำคัญของการทรงเรียกและการรับใช้ ดังนั้นท่าทีในการตอบสนองของพวกเขาก็คือ ทิ้งทุกอย่างแล้วตามพระเยซูคริสต์ไป… ไม่ทราบว่าคริสเตียนเราเคยทิ้งอะไรเพื่อพระเยซูคริสต์ไหม ส่วนใหญ่เรามีแต่อ้างว่าไม่ว่าง หรือไม่ก็งานยุ่งมาก… พี่น้องครับ… ให้เราเริ่มต้นใหม่ ให้เราลุกขึ้นมาวิ่งไปสู่ความเป็นผู้ใหญ่ โดยการประกาศข่าวประเสริฐกันเถอะครับ…/ |
|
| Back to top |
|
 |
Guest
|
Posted: Wed Oct 10, 2007 8:43 am Post subject: |
|
|
| I agree. But this is a fact that many christian don't want to know. |
|
| Back to top |
|
 |
|